2008/May/12


เออเนสท์ เฮมิงเวย์ตายไปแล้ว

จากหนังสือชีวประวัติของเขาที่ผมอ่านเพียงเล่มเดียว ใจความที่ผมจับได้ในเหตุผลแห่งความตายของเขาคือ เขาไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปทำไมในเมื่อเขาเขียนหนังสือไม่ได้เหมือนเคยอีกแล้ว

กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ตายไปแล้ว

จากวารสารหนังสือใต้ดินฉบับนักเขียนหนุ่มไม่มีวันตาย(ว่าด้วยเรื่องของคุณกนกพงศ์ล้วนๆ) ความตายนั้นไม่ใช่ความต้องการของตัวเขา ไม่ใช่ความต้องการของผองญาติ สหายเพื่อน หรือใครหน้าไหน และคงไม่ใช่ความต้องการของโรคร้าย แต่เมื่อถึงเวลาก็ไม่มีใครพ้นความตาย
หนังสือเล่าว่า กนกพงศ์เป็นคนจริงจังกับการเขียนหนังสือมาก ถึงกับออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อมาจริงจังกับการเขียนหนังสือ ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลจริง ย้ายบ้านเปลี่ยนสถานที่เพื่อหาแนวทางใหม่ในงานเขียน ช่วงหลังเขาถึงกับเก็บผลงานเรื่องสั้นของเขาไว้ก่อนเมื่อเขียนเสร็จเป็นอย่างน้อยสามปี แล้วกลับมาอ่านพินิจในภายหลังเในแต่ละปีีว่าเรื่องสั้นชิ้นนั้นยังคงคุณภาพอยู่หรือไม่เมื่อมันเดินทางผ่านกาลเวลา
คุณอุรุดา - ภรรยาเขากล่าวทำนองว่า เมื่อใดกนกพงศ์เขียนหนังสือไม่ได้ เขาจะทำกับข้าวไม่อร่อย จะไม่ได้ยินเสียงนกร้อง ทุกอย่างในชีวิตเขาจะขึ้นอยู่กับมันเสมอ เธอเคยพยายามบอกเขาวว่า คนเราน่าจะมีชีวิตก่อนแล้วเราถึงจะเขียนหนังสือได้
เขาบอก - ไม่ได้หรอก เขาต้องเขียนหนังสือก่อนแล้วเขาถึงจะมีชีวิต

ผมรู้สึกทึ่งในการดำเนินชีวิตเพื่อสร้างสรรค์งานเขียนของเขา รู้สึกทึ่งในความจัดเจนและเอาจริงเอาจังในสิ่งที่ตัวเองรัก มองในบางมุมมันดูเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ชีวิตคนเราต้องไปยึดติดผูกมัดกับการเขียนหนังสือถึงขนาดนั้น แต่ในชั่ววูบหนึ่ง ผมมีความรู้สึกอยากจะใช้ชีวิตเพื่องานเขียนได้แบบเขา
ชีวิตที่การเขียนคือชีวิต
แม้ผมจะอ่านงานของเขาไม่มาก แต่จากปากคำของคนในวงการนักเขียนด้วยกัน ทำให้ผมเชื่อว่าการตายของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์คือเรื่องน่าเสียดายของนักอ่าน คือเรื่องน่าเศร้าของคนรู้จัก คือ ความสูญเสียของวงการวรรณกรรมไทยอย่างแท้จริง

กนกพงศ์ตายไปโดยมีต้นฉบับนวนิยายค้างสองเรื่อง มีบทกวีหลายบทรอคัดเลือกตีพิมพ์รวมเล่ม มีเรื่องสั้นเขียนไว้อีกมากมาย และคงมีเรื่องที่จะเขียนอีกนับไม่ถ้วน
ในขณะที่เฮมิงเวย์จบชีวิตตัวเองพร้อมกับหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า
เพราะการเขียนคือชีวิต เมื่อเขียนหนังสือไม่ได้จึงไม่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่

นักเขียนตาย หนังสือยังมีชีวิต
แม้ว่าศิลปะจะยืนยาว ถึงกระนั้นก็คงไม่มีหนังสือเล่มไหนเป็นอมตะ ผมเชื่อว่าวรรณกรรมตายได้

แต่ความเชื่อที่ว่าด้วยการเขียนหนังสือคือชีวิตของทั้งสองคน
มันจะคงอยู่ตราบชั่วนิรันคร์

 

edit @ 12 May 2008 01:07:06 by บ้าเปล่า