เมื่อนานมาแล้ว
กูเคยเชื่อว่าเผ็ดนั้นตรงข้ามกับหวาน เค็มตรงข้ามกับเปรี้ยว
ยังจำวันนั้นได้ดี วันที่ไปกินก๋วยเตี๋ยวแถวบ้าน
เริ่มต้นด้วยการสั่งเส้นเล็กน้ำที่คุ้นเคย นั่งรอ ร๊อ รอ จนเค้าเอาชามมาวางตรงหน้า
ถึงตอนนี้ ก๋วยเตี๋ยวชามนี้กลายเป็นของกู100% แสดงว่ากูมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะปรุงก๋วยเตี๋ยวชามให้เต็มที่
กูไม่ได้ชิมก่อน
เริ่มต้นด้วยการใส่พริก จริงๆไม่ชอบกินเท่าไหร่ แต่ใส่ไปเพราะอยากกินเผ็ดเก่งๆ ช่วงนั้นเห็นพ่อกินของเผ็ดๆได้สบายปรื๋อ เห็นแล้วแบบ โอว.. พ่อกูเท่ชิบหาย จากนั้นเลยพยายามหัดกินของเผ็ดๆเรื่อยมา พรินป่นละเอียดค่อยๆร่วงโรยลงบนผิวน้ำซุปอย่างช้าๆ
จากนั้นตามด้วยน้ำปลาและน้ำส้มสายชูพอจิ้มๆ เพียงเล็กน้อย แล้วตามด้วยเครื่องปรุงที่หวานที่สุดในโต๊ะ น้ำตาล
กระบวนการปรุงเสร็จสิ้น
แต่เมื่อครั้นคนเครื่องเคียงให้เข้ากันแล้วตักซุปเข้าปากคำแรก กูก็ค้นพบว่า
มันยังเผ็ดไปว่ะ
โอ้ว ไม่เป็นไรพี่น้อง เรายังมีทางแก้ ใส่มันเข้าไปเลยว้อยไอ้น้ำตาลเม็ดสีขาวๆเนี่ย มันคงจะมีสารอะไรซักอย่างที่ทำหน้าที่อะไรซักอย่างที่จะไปยับยั้งกระบวนการเผ็ดของพริก ของให้มึงจงไว้ใจในตัวมัน แล้วมันจะทำหน้าที่ตามที่มึงหวัง นี่สินะคือที่มาของคำว่าแก้เผ็ด
ชิมอีกครั้ง
มันหวานไป หวานเจี๊ยบเลย
ชั๊ดช่า ถึงเวลาของพริกตัวฉกาจ ลุยเลยพวก สยบความหวานให้มันกระเจิง จงนำความสมดุลมันสู่ชามก๋วยเตี๋ยวอันยิ่งใหญ่ ผงพริกสาดกระจายไปทั่วชาม สีน้ำซุปกลายเป็นดั่งทะเลเลือคคลั่งเดือดดาล
มันไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวอีกต่อไป
กูจากร้านนั้นไปพร้อมกระเพาะที่ว่างเปล่า ก๋วยเตี๋ยวชามนั้นเป็นจุดจบของความเชื่อลมๆแล้งๆ เป็นเหตุให้กูเข้าใจว่าปลา3รสมันเป็นยังไง ทำให้กูฉลาดขึ้น และเข้าใจว่ากูควรจะแดกอาหารแบบไม่ปรุง
ภายในน้ำซุปและเครื่องปรุง มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย
edit @ 2007/05/27 20:36:26
edit @ 2007/05/27 20:55:23