2009/Aug/20

เรื่องมันเริ่มมาจากเหตุการณ์ในวันหนึ่งที่แม่ผมเดินเข้ามาในห้องเพื่อถกกับพี่ชายเรื่องเอนทรานซ์

ผมซึ่งอยู่ในวัยประมาณ ป.๕ - ป.๖ เรียนรู้จากถ้อยคำของพี่ยามโต้ตอบกับแม่เป็นบทเรียนได้ว่า
จริงๆแล้ว เราเถียงแม่เราได้

และเป็นไปตามครรลองของวัยรุ่น ผมเติบโตขึ้นมาในช่วงมัธยมด้วยการเถียงแม่สารพัดเรื่อง แม้ในช่วงที่แม่ผมมีปัญหาแล้วร้องไห้ให้ลูกเห็นอยู่บ่อยๆ ผมก็เหี้ยพอที่จะวิพากษ์แม่หน้าตาเฉยในยามที่แม่ร้องไห้

วัยรุ่นแทบทุกคน(อย่างน้อยก็ให้สังคมที่ผมว่อนอยู่) มองความผู้ใหญ่ทั้งหลายเป็นเพียงสายลม
เรียกว่าไม่มองจะถูกกว่า

เอะอะอะไรก็ให้ตั้งใจเรียน มาห้งมาห้ามไม่ให้มีความรัก ให้ลดละเล่นเกม บังคับให้เรียนโน่น เรียนนี่
มันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อน่ะ ช่วงเวลานี้เราทุกคนต่างกระหายจะเสเพลกันทั้งนั้น ไม่มีอารมณ์มาพะวงอะไรหยุมๆหยิมๆรอบข้างหรอก

ไปสนมันทำแป๊ะอะไร ทั้งสิ่งที่ถูกที่ควร ทั้งไอ้หน้าที่ของนักเรียนต้องเรียนหนังสือ การที่เราทำอะไรแล้วสนุก ทำอะไรแล้วมีความสุข นั่นไม่ใช่เหรอ สิ่งที่ถูกที่ควร นั่นไม่ใช่เหรอ หน้าที่ของชีวิต

(ผมก็แถของผมไปน่ะนะครับ ยิ่งอ่านหนังสือมาระดับหนึ่ง เขียนหนังสือมาประมาณหนึ่ง ก็จะยิ่งแถคล่องตามลำดับ)
นี่เป็นเรื่องอันแสนธรรมดาสามัญที่ผู้ปกครองทั่วไปรวมถึงแม่ผมมักห้าม มักพูดอะไรน่าเบื่อเช่นนี้ ซึ่งมันไม่ใจ ไม่จ๊าบ ไม่วัยรุ่นเอาเสียเลย ไปอ่านหนังสือขอพี่ปราบดา พี่วรพจน์ พี่ประภาส พี่นิ้วกลม ยังได้ความคิดจ๊าบๆมากกว่ากันเยอะ

นั่นคือสิ่งที่ผมพลาด

การมองว่าแม่ผมชอบพูดอะไรน่าเบื่อ เฝือ เถือ สัวเถ่า ไม่มีสีสัน ไม่สร้างสรรค์บำเรอหัวใจวัยหนุ่มนั้นทำให้ผมปิดกั้นความคิดเห็นในเรื่องอื่นๆของแม่ไปโดยปริยาย
คือปากน่ะบอกว่ารับฟัง ซึ่งผมก็รู้สึกว่าตัวเองฟังจริงๆนะ แต่ค้านแม่งทุกเรื่องที่แม่พูดเลย ถาม(ทั้งในใจและออกจากปาก)ตลอดว่า หม่าม้ารู้ได้ไง ม๊าจะมาเข้าใจอะไรผมได้ดีกว่าตัวผมเอง
เลยกลายเป็นว่าผมฟัง แต่ผมไื่ม่เคยเชื่อ เพราะดันมีความเชื่อที่ว่ากูย่อมต้องเข้าใจตัวเองที่สุดมาหักโค่นการจะไปเชื่อแม่ตัวเองทิ้ง แถมความเห็นแม่ผมก็เป็นความเห็นของคนอีกยุคสมัยที่ไม่มีความร่วมสมัย จะไปเอาอะไรมากไม่ได้

จะอย่างไรก็เถอะ พอเริ่มเติบโตมากขึ้น ผมก็รู้สึกว่าตัวเองปิดหูปิดใจที่จะฟังความเห็นของแม่มาตลอด
ความรู้สึกนั้นมันเกิดขึ้นมาจากความสงสัยหนึ่ง
คือผมสงสัยว่า พี่ปราบดา พี่วรพจน์ พี่ประภาส พี่นิ้วกลม ก็อายุไม่ได้มากเท่าไหร่ ผมยังยกย่องในความคิดของพวกเขาแทบจะสุดลิ่มทิ่มประตู แต่กลับแม่ผม ทำไมผมไม่ยกย่องวะ ทั้งที่อายุแม่ผมก็มากกว่า ประสบการณ์ชีวิตเยอะกว่า ผ่านความทุกข์แบบหนักหนาสาหัสมาได้สารพัด เพื่อนๆพากันชมว่าเป็นหญิงเหล็ก(ในขณะที่ลูกชายเจอปัญหาแค่จิ้มๆก็ฟูมฟายจะเป็นจะตาย ระบายทุกความบ้าบอปัญญาอ่อนลงบล๊อกให้ชาวบ้านรับรู้) งั้นแม่ผมก็ต้องเจ๋งกว่าพี่ๆนักเขียนพวกนั้นสิวะ

ความสงสัยนี้มาถูกกระเทาะให้เห็นเนื้อในชัดเจนขึ้น เมื่อผมได้ยินแม่คุยโทรศัพท์ แล้วพบว่าแม่ผมเป็นคนที่เพื่อนๆมักจะมาปรึกษาปัญหาชีวิตให้แม่ช่วยหาทางออก มันเลยยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่า โอ้ว แม่กูต้องเจ๋งแน่ๆ

นั่นเป็นสาเหตุทั้งหมดที่ทำให้ผมเปิดใจกับผู้ใหญ่ในระดับที่กว้างขึ้น เดี๋ยวนี้เวลาคุยกับป๊ากับม๊าตอนดูโทรทัศน์ด้วยกัน ตอนไปกินข้าวกับน้า พูดคุยในเรื่องบ้าบอคอแตก หรือไปฉลองในวันรวมญาติ ผมมักได้ความคิดอะไรดีๆกลับมาจากผู้มีประสบการณ์เหล่านั้น

สำเหนียกได้ในทันทีว่ากูโง่ แถมเจือกทำตัวอหังการ์

กับประเด็นนี้ ช่างพอดีเหลือหลายที่มันไปสอดคล้องกับสิ่งที่ผมเพิ่งได้ฟังบรรยายจากจิตแพทย์ท่านหนึ่งมา
ท่านว่าสมัยนี้วัยรุ่นทำตัวเหมือนชาล้นถ้วย เติมอะไรให้ก็ล้นออกมาพูดอะไีรไปก็เชื่อมั่นในตัวเองมากกว่า

นั่นสิ ผมก็สงสัยขึ้นมาว่ะ ว่าทำไมเราถึงไม่ค่อยฟังความเห็นของพวกผู้ใหญ่ คิดไปคิดมาก็พอจะได้คำตอบ(ที่แสนจะไม่ชัดเจน แต่เผอิญเสี้ยนอยากเขียนอะไรให้ชาวบ้านอ่านก่อน เลยรีบมาเทกระจาดลงในพื้นที่นี่) จึงขออนุญาตแสดงความเห็นถึงสาเหตุที่วัยรุ่นไม่ค่อยฟังวัยผู้ใหญ่ ทั้งๆที่ความเห็นนั้นดี
ได้ว่า

๑.อาจจะเป็นเพราะผู้ใหญ่คนนั้นไม่เจ๋ง(แม้จะมีความคิดเจ๋งๆ) - อารมณ์ดาราเกาหลีกับคนขับตุ๊กๆมาพูดปรัชญาประโยคเดียวกัน วัยรุ่นย่ิอมรับฟังทั้งสองไม่เท่ากัน

๒.ผู้ใหญ่ขาดความร่วมสมัยในการพูด - คล้ายกับที่จะสอนอะไรเด็กน้อย ก็ต้องมีนิทานให้เด็กสนใจใช่ไหม วัยรุ่นก็คลับคล้ายกัน

๓.วัยรุ่นอย่างพวกผมแม่งเชื่อมั่นในตัวเองแบบวายวอด - อันนี้ตัวผมก็เป็นขนาดหนัก ซึ่งผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะ แต่เชื่อมั่นจนไม่คิดจะเชื่อมั่นอะไรในความคิดคนอื่นที่ต่างจากเรามันอีกเรื่อง

ทั้งหมดที่กล่าวมา ถือเป็นเรื่องที่จุดประกายให้ผมรู้ซึ้งถึงความโง่ของตัวเองมหาศาล แม่ทำให้ผมรู้ว่าความคิดของผู้ใหญ่รอบๆตัวผมเจ๋งเป็นบ้า และนั่นคือสิ่งที่คนผ่านโลกมาน้อยอย่างผมจะมองข้ามไม่ได้

edit @ 24 Aug 2009 00:48:48 by บ้าเปล่า

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เจ๋ง คิดเข้าไปนะ แล้วจะเจออะไรดีๆในความคิด
#1  by  ^^ (113.53.107.238) At 2009-11-07 20:50, 

<< Home