2010/Aug/29


ที่ผ่านมาผมเรียนรู้อะไรจากในห้องเรียนน้อยมาก ขนาดที่ว่าตอนม.๖ ผมเกิดความรู้สึกเบื่อชีวิตที่ต้องเตรียมไปเอนทรานซ์ รู้สึกมันไร้สาระ และอยากจะลาออก

แต่ผมกลับเชื่่อในการศึกษา แง่ที่ว่ามันจะช่วยพัฒนาตัวตนและสังคมให้งอกงาม ผมเชื่ออย่างนี้เพราะผมอ่านหนังสือมาพอสมควร ปราชญ์ทั้งหลายมักให้ความเห็นคล้ายกันว่า ปัญหาสังคมทั้งหลายสามารถแก้ไขได้ด้วยการศึกษาที่ดี การที่ประชาชนมีความรู้จะทำให้พวกเขามีภูมิคุ้มกัน - อะไรทำนองนั้นล่ะ
 
อันที่จริงมันคงเป็นความเชื่อที่ไม่ได้มีความเข้าใจอะไรนัก ผมจึงตัดสินใจสอบตรงเข้าคณะครูศิลปะ ด้วยความคาดหวังนานัปการ ก่อนที่ผมจะบอบช้ำซมซานออกมาจากคณะนั้นในเวลาอันสั้น

พร้อมกับคำถามว่าการศึกษาคืออะไร  

หลังจากที่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับลัทธิเต๋า ประโยคหนึ่งสะดุดใจผมมาก เต๋าบอกว่า การศึกษาเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะมันจะทำให้คนฉลาด ยิ่งฉลาดก็ยิ่งมีโอกาสทำเรื่องเลวๆได้มาก

ผมอ่านแล้วคล้อยตาม เพราะมานึกๆดูที่โลกมันร้อนนี่ก็เพราะเราฉลาดพอที่จะประดิษฐ์อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและสารเคมีต่างๆใช่ไหม ?  ที่สงครามโลกเกิดขึ้นเีพราะเราฉลาดพอที่จะประดิษฐ์อาวุธและพัฒนาศาสตร์แห่งการเข่นฆ่ากันใชไหม ?

เราจะฉลาดไปทำไม ในเมื่อเราเหี้ย

แต่จะเชื่อเต๋าเสียเต็มที่ในเรื่องนี้ก็ไม่ได้ ผมเข้าใจว่าลัทธิเต๋าใ้ห้ความสำคัญกับการกลับคืนสู่ธรรมชาติ แต่ปัจจุบันมนุษย์กระเด็นออกมาจากอ้อมอกของป่าเขามาไกลโขแล้ว (ซึ่งผมนึกไม่ออกว่าจะกลับคืนไปสู่จุดเดิมได้ยังไง นอกเสียจากจะโดนภัยพิบัติทางธรรมชาติจนอารยธรรมทั้งหมดที่สร้างมาพังพินาศ) เรามีรัฐ เรามีระบบการปกครอง เรามีกฎหมาย เรามีห่าเหวอะไรหลายๆอย่างที่ธรรมชาติไม่มี เสมือนเป็นเกม เป็นเงื่อนไขที่คนเราตั้งขึ้นมาเอง

การศึกษาจึงจำเป็นในจุดนี้ เพื่อที่จะได้เล่นเกมชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เล่นไปตามเกม

ผมไม่รู้จริงๆว่าการศึกษาแบบไหนที่จะสามารถสร้างจิตสำนึกที่ดีแก่เด็ก เพราะผมไม่เคยได้จิตสำนึกที่ดีจากครูคนไหน บทเรียนไหน จากโรงเรียนไหน หรือมหาวิทยาลัยไหน เอาเข้าจริง เงื่อนไขในการจะสร้างจิตสำนึกของคนๆหนึ่งมันมีมากกว่าขอบเขตของระบบการศึกษาอย่างมาก บางครั้ง ผมรู้สึกว่าเราให้ค่ากับการศึกษามากไปหน่อย

ซึ่งโอเค ครูบางคนอาจจะเปลี่ยนชีวิตเด็กบางคน แต่ก็มีเหมือนกันที่พี่เบิร์ด ธงไชยจะไปเปลี่ยนชีวิตเด็กอีกหลายๆคน เหมือนที่หนังสือหลายๆเล่มได้เปลี่ยนชีวิตผม

ระบบแอดมิชชั่นอาจจะเฮงซวยจริงๆ การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยอาจจะเละเทะจริงๆ แต่การที่มีนักศึกษามากมายถอยรถป้ายแดงทั้งที่ยังหาตังค์ไม่ได้ เสพติดแบล๊คเบอรี่ หรือไปเที่ยวผับเป็นกิจลักษณะ จุดนี้เราจะโทษการศึกษาอันล้มเลวมาตลอด หรือจริงๆปัญหามันลึกซึ้งกว่านั้น  มันเป็นค่านิยม  มันเป็นเรื่องของมิตรภาพ หรือมันเป็นเรื่องของความอ่อนแอของมนุษย์ 

หรือจริงๆมันอาจจะไม่ใข่ปัญหาอย่างที่เราิึคิด ?

ผมว่าจุดนี้เราต้องรู้จักเรียนรู้และทำความเข้าใจ ตรงนี้น่าจะสำคัญมาก เพราะต่อให้การศึกษาแย่แค่ไหน เรากลายเป็นผลิตผลชั้นเลวแค่ไหน เราก็เลือกที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจในสิ่งดีๆได้อยู่ดี 




 

Comment

Comment:

Tweet


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
#4 by ANNSAGON.❤,, At 2010-08-31 12:54,
เป็นเหมือนกันเลยค่ะ ตอนนี้กำลังจะเรียนต่อ หลังจากดรอปไว้ปีนึง รู้สึกว่าวุ่นวายยุ่งยาก ไม่อยากแข่งขันกับใคร ไม่เข้าใจว่ามันจะสำคัญอะไรขนาดนั้น ไม่มีความรู้สึกอยากเรียนเลยทั้งๆที่เมื่อก่อนกระตือรือร้นและตื่นเต้นมาก แต่หลังจากได้มาสัมผัสจริงๆ อยากเดินออกไปให้ห่าง angry smile
#3 by ANNSAGON.❤,, At 2010-08-31 12:54,
ที่พูดมาก็ถูกนะครับ ระบบการศึกษา ระบบการสอบ ระบบการเรียนเพื่อสอบ ความประพฤตินักศึกษา เห็นด้วยครับ

ฉบับที่ผมอ่าน บอกว่า ผู้ปกครองควรทำให้ประชาชนโง่เข้าไว้ เพราะว่าโง่ๆหนะปกครองง่าย

เอ็งไปทำให้มันฉลาด เดี๋ยวมันเดินขบวนขับไล่เอ็งจะทำยังไง ฮ่าๆ

แต่อย่างน้อยและ สิ่งที่ทุกคนควรเรียนควรรู้

"จริยธรรม"

เราจะฉลาดไปทำไม ในเมื่อเราเหี้ย > จับใจจริงๆsad smile
ปัญหาใหญ่เลยนะเนี่ย
แต่ผมผมก็เห็นด้วยกับข้อสังเกต ครับ
#1 by Ben Rookie kun At 2010-08-29 13:14,