2011/Jul/24


เป็นเรื่องยากที่จะบรรยายรสชาติของขนมจ่ามงกุฎเจ้าป้ายุพิณแห่งเกาะเกร็ด

อันที่จริงมันขึ้นอยู่กับว่าจุดสตาร์ทในการเขมือบของเราจะเริ่มจากส่วนไหนด้วย                                    
เพราะหากไปกัดเข้าที่ตำแหน่งของฐานขนมก่อน
เราก็จะได้สัมผัสถึงความหอมหวานกรอบนอกนุ่มในของแป้งอบ
แต่หากองศาในการจับขนมเอื้อให้เรากัดในตำแหน่งตรงกลางขนมที่เป็นสีส้มๆ
เราก็จะได้รสชาติหวานๆมันๆหนึบๆติดฟันของทองเอก
หรือหากเผอิญส่วนกลีบของขนมเคลื่อนตัวปะทะกับปากของเราเป็นอันดับแรก
เราก็จะได้ลิ้มรสกับความกรุบกรอบของเม็ดแตงโมที่เจือด้วยความหวานแผ่วๆแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก 

ครั้นเราเคี้ยวไปสักพักจนเข้าที่
ส่วนประกอบทั้งสามของขนมก็จะประสานงานหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง
เพื่อพาความอร่อยเหาะของมันทะยานขึ้นไปสู่จุดสุดยอดของรสชาติแห่งขนมไทย 
ก่อนที่แป้งต่างๆที่โดนฟันเราบดขยี้จะถูกน้ำลายย่อยเป็นน้ำตาลมอลโทส
และลำไส้เล็กย่อยให้เหลือแค่กลูโคสเพื่อจะไปสร้างคุณประโยชน์แก่ร่างกายสืบไป
               
จะเห็นได้ว่ากระบวนการทั้งหมดในการกินขนมชิ้นหนึ่ง
นับตั้งแต่หยิบขนมจากกล่อง - จับใส่ปาก - เคี้ยวหยุบหยับสัมผัสรสหวาน
แล้วกระเดือกลงกระเพาะนั้นใช้เวลาแสนสั้น
               

หากแต่จ่ามงกุฎของป้ายุพิณ จันทร์หอมกุล – หญิงสาวร่างเล็ก เสียงแหลมเฟี้ยวที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจคนนั้น
กลับมีเรื่องราวความเป็นมาอันยาวนาน

 


ต้องเท้าความก่อนสักเล็กน้อยว่าแรกเริ่มเดิมทีครอบครัวบ้านป้ายุพิณเป็นชาวมอญเก่าที่ใช้ชีวิตอยู่ในเกาะเกร็ด
โดยอาศัยศิลปะในหัวใจผนวกสองมือปั้นดินเผาขายเลี้ยงชีพและสืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

ทว่าสืบมาได้แค่สองรุ่น รุ่นที่สามก็ดันผันตัวไปยึดอาชีพทำขนมไทยพื้นบ้านขายแทน  
ป้ายุพิณ(ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งรุ่นที่สี่)จึงได้ภูมิปัญญาที่จะใช้ศิลปะในหัวใจผนวกสองมือมาปั้นขนมแทน

ช่วงแรกทางร้านป้ายุพิณยังไม่มีความคิดจะทำขนมจ่ามงกุฎขาย
จวบจนกระทั่งปี ๒๕๓๙ ที่เกาะเกร็ดเริ่มเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวข้ามฝั่งเข้ามา      
  
“เราก็ต้องหาทางควักเงินจากกระเป๋าเขา”   ป้ายุพิณกล่าว

“คือชอบมีคนเดินมาถามร้านเราว่ามีขนมมงคลขายไหม
เราก็สงสัยว่า เฮ้ย ขนมมงคลอะไรวะ จากนั้นก็เลยไปสืบเสาะหาความรู้
ไปร่ำเรียนจากวิทยาลัยในวังหญิง”

ขนมจ่ามงกุฎร้านป้ายุพิณจึงอุบัติขึ้นในพศ.นั้น 
ซึ่งต่อมามันกลายเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเกาะเกร็ด
ได้ลงทั้งเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ และรายการโทรทัศน์
กลายเป็นผลิตภัณฑ์โอทอประดับห้าดาวของจังหวัดนนทบุรี
ซึ่งป้าแกก็ไม่ได้เอาดาวทั้งห้าดวงนั้นมาแปะโฆษณาหน้าร้าน
ด้วยเหตุผลว่าทุกวันนี้ก็มียอดสั่งจองล่วงหน้าเป็นสิบยี่สิบวันจนแทบจะทำกันไม่ทันอยู่แล้ว

แต่ถึงกิจการจะรุ่งโรจน์โชติช่วงเพียงใด ป้ายุพิณก็ไม่ได้ขยายร้านใหญ่โตขึ้นตามช่องทางธุรกิจ

“เราไม่ได้ทำจ่ามงกุฎเพื่อขายอย่างเดียว
เราทำเพราะเราอยากรักษาไว้ซึ่งคุณค่าทางศิลปะของขนมไทยด้วย
คนที่คิดทำขนมโดยเอาการตลาดนำหน้าเขาจะไม่ทำขนมตัวนี้
เพราะด้วยขั้นตอนการทำทุกอย่างมันยากหมด”

เริ่มจากคัดเม็ดแตงโมเฉพาะที่มียอมแหลมๆงามๆไปกวาดในกระทะกับน้ำตาลและน้ำลอยดอกมะลิจนกรอบก็ใช้เวลา  ๒ ชั่วโมง
กว่าจะนวดแป้งกับไข่แดงให้รวมเป็นเนื้อเดียวจนทำเป็นฐานได้ก็ปาเข้าไป ๒ ชั่วโมง อบอีก ๒ ชั่วโมง และกว่าจะผสมแป้ง น้ำตาล ไข่แดง กะทิ เอาไปกวนด้วยไฟอ่อนๆจนข้นเข้าที่ก็อีก ๒ ชั่วโมง 
ศิริรวมแล้วป้ายุพิณและทีมงานอีกสามคนต้องใช้เวลาประมาณ ๘ ชั่วโมง
เพื่อจะทำขนมจ่ามงกุฎให้เสร็จสมบูรณ์สักชิ้นหนึ่ง
ซึ่งไม่เพียงแต่มีรสชาติอันล้ำเลิศเพริศแพร้วเท่านั้น
ในด้านรูปลักษณ์มันก็เป็นขนมที่งดงามหมดจดไม่ต่างจากงานศิลปะชิ้นหนึ่ง

เรียกว่าเป็นได้ทั้งอาหารพุงและอาหารตา

“ถ้าพูดถึงขนมไทยนี่ไม่มีอะไรเทียบจ่ามงกุฎได้แล้ว” ป้ายุพิณยืนยัน

 

เป็นเรื่องยากที่จะบรรยายรสชาติของขนมจ่ามงกุฎเจ้าป้ายุพิณแห่งเกาะเกร็ด

มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะไปกัดส่วนไหนก่อนเท่านั้น
จ่ามงกุฎยังมีรสชาติแห่งความเป็นมงคลที่คนไทยมักมอบให้กัน
ในความหมายที่แสดงความยินดีกับตำแหน่งหน้าที่การงานที่ก้าวหน้า
มีรสชาติทางศิลปะไทยที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน
รวมถึงรสชาติแห่งหยาดเหงื่อ(ที่ไม่ได้หมายถึงขี้มือ)ของป้ายุพิณและทีมงาน
ที่ต้องการจะสืบทอดความงดงามของศิลปะนั้น

ซึ่งทำให้ขนมชิ้นเล็กๆชิ้นหนึ่งที่ปกติเรากระเดือกลงคอได้ภายในไม่ถึงนาที 
เปี่ยมไปด้วยคุณค่าและความหมายอันยิ่งใหญ่เหลือเกิน

Comment

Comment:

Tweet


อย่าพลาด
http://www.gamble1688.com
#4 by king1688 (103.7.57.18|115.67.103.230) At 2013-02-18 13:15,
เคยไปกินนะ อร่อยจริง... Hot! Hot!
#3 by Boymang*~ At 2012-05-07 22:21,
#2 by royal1688 (61.19.66.196) At 2011-12-21 14:17,
กระเดือก.... ฮาๆๆๆๆ confused smile Hot!
#1 by Howl At 2011-07-25 07:22,